วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

นาย จรัญ หนูพู่ ร้องเรียน


 . เพื่อลดความเสียงตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดีที อาจส่งผลกระทบต่อแผนงานโครงการภายใต้นโยบายทีดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิงแวดล้อม โดยการตรวจราชการ ของผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี และข้อเสนอแนะให้แก่หน่วยงานที รับผิดชอบนําไปปฏิบัติเพือจัดการ กับความเสียงทีอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายทีดิน ทรัพยากรธร รมชาติและสิงแวดล้อม อันเนืองมาจากการ ดําเนินการทีไม่สอดคล้องกันให้ลดลงในระดับทียอมรับได้

. พื่อให้มีความเชือโยงสอดคล้อง และมีการบูรณาการแนวทางการดําเนินงาน ร่วมกันและผลักดันให้แผนงานโครงการภายใต้นโยบายทีดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการบูรณาการแนวทางการดําเนินงานร่วมกันและนําไปสู่ความสัมฤทธิผลของนโยบาย 

                                                                                                                                 
 วันที่   30    มิถุนายน 2553 
เรียน นางรังสี พันธุมจินดา 
ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีเขต7  
เรื่อง การร้องเรียนของประชาชนกรณีการขอออกโฉนด   
ซึ้งผมได้นําเสนอเอกสารการร้องเรียน1ชุดให้ก่อนหน้านีี้เเล้ว
   กระผม นายชวนะ เกียรติชวนะเสวี ในฐานะที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ภาคประชาชน ติดภาระกิจที่กรุงเทพ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้จึงขอนําเสนอข้อมูลของประชาชนจังหวัดภูเก็ตส ซึ่งกระผมได้เปิดช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเป็น 2 เเนวทาง คือ  1 ตู้ปณ88   2 ทาง email chawanak@gmail.com เเละเครือข่ายประชาชนในพี้นที่ หลังจากประเทศผ่านพ้นวิกฤติจากเหตุการณ์ในกรุงเทพมหานครทําให้ทั่วประเทศประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจรวมถึงจังหวัดภูเก็ตวันนี้นายกได้มีโครงการไทยเข้มเเข็งลงมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิมเเละใช้เเนวทางการพัฒนาเเบบยั่งยืนลงมาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต  จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเเละการลงทุน ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งคนไทยเเละชาวต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในพี้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นจํานวนมากในเเต่ละปีเเละปัญหาเรี่องที่ดินก็จะมีปัญหาทั้งเรี่องการบุกรุกที่สาธรณะเเละการออกเอกสารสิทธิ์ทําให้นักลงทุนที่สนใจจะมาลงทุน ไม่มั่นใจเเละได้ย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่นทําให้ประเทศขาดรายได้เป็นจํานวนไม่น้อยเเละกระทบไปสู่ส่วนอี่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ้งเป็นปัญหาที่ต้องเเก้ไขให้เป็นเเนวทางเดียวกันเช่นกรณี นายจรัญ หนูพู่ ประชาชนที่เป็นชาวสวนที่เจอปัญหาการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายที่จริงเเล้วคือปัญหาเดียวกันทั้งประเทศ กระผมได้ศีกษาข้อร้องเรียน ของที่เเปลงนี้ 

บัญชีเอกสาร

1  คําขอออกโฉนด
2  สค1 เลขที่61 หมู่ที่ 6 ต ฉลอง
3  รายงานรังวัด( รว 3)
4  รูปเเผนที่ รว 9
5  บันทึกข้างเคียงเปลี่ยนเเปลง (ทด16)
6  บันทึกการตรวจพิสูจน์ที่ดิน
7  บันทึกเสนอของเจ้าหน้าที่/คําสั่ง จนท ภูเก็ต
8  หนังสือเเจ้งคําสั่งของจนทภูเก็ต
9 คําอุธรณ์ของนายจรัญหนูพู่
10 หนังสือพิจรณาอุธรณ์ของ ผวจ ภูเก็ต


เอกสารที่ผมได้รับ   พอสรุปได้ดังนี้   เเละได้ส่งมอบให้ผู้ตรวจ 

ประกาศครบ 30วันไม่มีผู้คัดค้าน 
ที่สําคัญคณะกรรมการตามกฎกระทรวงฉบับที่43มีมติออกโฉนดให้ผู้ขอได้ 
ที่ดินข้างเคียงรับรองเเนวเขตครบทุกด้าน ทั้ง3ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นจะมีเจ้าพนักงานที่ดินมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนของกฎหมาย เเละกลับมามองคําสั่งของที่ดินจังหวัดภูเก็ตหลังจากผ่านขั้นตอนของกฎหมายที่กล่าวมาทั้ง3ขั้นตอนข้างต้น 
 เเนวทางที่ดินจังหวัดภูเก็ต 
    ที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้มีหนังสือเเจ้งนาย จรัญ หนูพู่ โดยมีใจความว่าที่ดินจังหวัดภูเก็ต มีความห็นว่าสคจดที่รกร้างว่างเปล่าก็ต้องถือระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินเเห่งชาติฉบับที่ 12 ข้อ 10 ในกรณีที่ดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดที่ป่าหรือที่รกร้างว่างเปล่าเเละระยะที่วัดได้เกินกว่าระยะที่ปรากฎในหลักฐานเเจ้งการครอบครองให้ถือระยะที่ปรากฎในหลักฐานการเเจ้งการครอบครองเป็นหลักในการออกโฉนด 
ซึ้งขัดเเย้งกับ 3ขั้นตอนที่ผ่านขบวนการขั้นตอนที่ได้ปฎิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินของเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ในขั้นตอนนั้นเสร็จสิ้นเเล้ว

 จากกรณีปัญหาที่จังหวัดสุราษฎ์ธานี นําข้อเท็จจริงเป็นการเพิ่มจากการรังวัดตามแนวเขตที่ดิน 
ซึ่งตามแนวเขตในหนังสือ ..1 ได้แสดงลักษณะผังที่ดินประกอบไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่การรังวัดเป็นโฉนดที่ดินต้องใช้วิธีการตรรกะ (การคำนวณกราฟปักหมุดตามหลักเขต ฉะนั้นรูปที่ดินในโฉนดที่ออกมาจะเปลี่ยนไปตามแนวที่วัดได้และส่วนที่เพิ่มมา ต้องเป็นไปตามเขตที่ดินดังกล่าว ด้านนายจำลอง โพธิ์เพชร หัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เปิดเผยว่า ที่ดินงอกกับที่ดินเพิ่มไม่เหมือนกัน ข้อเท็จจริงเป็นการเพิ่มจากการรังวัดตามแนวเขตที่ดิน ซึ่งตามแนวเขตในหนังสือ ..1 ได้แสดงลักษณะผังที่ดินประกอบไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่การรังวัดเป็นโฉนดที่ดินต้องใช้วิธีการตรรกะ (การคำนวณกราฟปักหมุดตามหลักเขต ฉะนั้นรูปที่ดินในโฉนดที่ออกมาจะเปลี่ยนไปตามแนวที่วัดได้และส่วนที่เพิ่มมา ต้องเป็นไปตามเขตที่ดินดังกล่าว นายจำลองกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การรังวัดโฉนดเป็นไปได้ทั้งเนื้อที่ลดหรือเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ต้องเป็นไปตามการรังวัดของเจ้าหน้าที่ และต้องได้รับคำยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงเซ็นชื่อรับทราบยอมรับในแนวเขตดังกล่าว อย่าลืมว่าที่ดินบนเกาะสมุยมีราคาแพงคงไม่มีใครยอมให้คนอื่นมาบุกรุกกินเนื้อที่ของตนไปแน่ และหากเจ้าของที่ข้างเคียงไม่ยอมเซ็นชื่อก็ออกโฉนดให้ผู้ขอไม่ได้ 

   จากกรณีปัญหา ที่ดินจังหวัดภูเก็ต ยึดระยะในสคเป็นหลักในการพิจรณาออกโฉนด  
 ถ้าระยะในสค1ระบุจดที่ว่างเปล่า  จะไม่นําขั้นตอนที่ปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับรองมาเเล้ว 
 1  ประกาศครบ 30วันไม่มีผู้คัดค้าน  
 2  ที่สําคัญคณะกรรมการตามกฎกระทรวงฉบับที่43มีมติออกโฉนดให้ผู้ขอได้ 
 3   ที่ดินข้างเคียงรับรองเเนวเขตครบทุกด้าน 



ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ กำหนดระเบียบวิธีการในการออกโฉนดที่ดิน
ข้อ ๘ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขต และที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้ง การครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้ง

มาตรา ๕๙ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา ๕๘ แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
กฏกระทรวงฉบับที่ ๔๓  (.๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  .๒๔๙๗
หมวด 
หนังสือรับรองการทำประโยชน์

 ข้อ ๑๑.  เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาผลการตรวจพิสูจน์ที่ดินของคณะกรรมการตามข้อ ๑๐ (แล้ว ปรากฏว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี หรือปรากฏว่าที่ดินนั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ผู้ขอได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนวันที่ทางราชการกำหนดให้ที่ดินนั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และไม่มีผู้คัดค้านภายในกำหนดเวลาที่ประกาศตามข้อ ๑๐ (2) 

ข้อ ๑๐เมื่อได้พิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แล้ว ปรากฏว่าได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพที่ดินในท้องถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการที่ได้ทำประโยชน์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้
                    (ประกาศการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ทราบมีกำหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย  สำนักงานที่ดินท้องที่ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่ ที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันท้องที่ และในบริเวณที่ดินนั้น แห่งละหนึ่งฉบับ ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้  สำนักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับ

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๐ ()
ข้อ ๑๐เมื่อได้พิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แล้ว ปรากฏว่าได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพที่ดินในท้องถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการที่ได้ทำประโยชน์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้(ถ้าปรากฏว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และที่ดินนั้นไม่เป็นที่ดินซึ่งต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามข้อ  และไม่มีผู้คัดค้านภายในกำหนดเวลาที่ประกาศตาม (ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้

ตามมาตรา ๕๙ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน 

ข้อ ๘ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขต และที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้ง การครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้ง 
สำนักพัฒนาระบบงานคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ๒๔ 
การครอบครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ 
ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิ ในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้องครบถ้วนทุกด้าน 
มาตรา ๖๐ ในการออกโฉนดที่ดินตามความในมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ถ้ามี ผู้โต้แย้งสิทธิกัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานที่ดิน แล้วแต่กรณี มีอำนาจทำการสอบสวน เปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันก็ให้ดำเนินการตามความตกลงนั้น แต่ถ้าไม่ตกลงกัน ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานที่ดินเสนอเรื่องพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อ พิจารณาสั่งการ 
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งประการใดแล้ว ให้แจ้งแก่คู่กรณีทราบ และให้ฝ่ายที่ ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องหรือร้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง 
ในกรณีที่ได้ฟ้องหรือร้องต่อศาลแล้ว ให้รอเรื่องไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาหรือ มีคำสั่งประการใด จึงให้ดำเนินการไปตามกรณี ถ้าไม่ฟ้องหรือร้องภายในกำหนด ก็ให้ดำเนินการ ไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่ง 


 ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินเเห่งชาติฉบับที่ 12 ข้อ 10 ในกรณีที่ดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดที่ป่าหรือที่รกร้างว่างเปล่าเเละระยะที่วัดได้เกินกว่าระยะที่ปรากฎในหลักฐานเเจ้งการครอบครองให้ถือระยะที่ปรากฎในหลักฐานการเเจ้งการครอบครองเป็นหลักในการออกโฉนด ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 


วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นายอำเภอท้องที่ในฐานะผู้ปกครองท้องที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชน์

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๔/๒๕๔๗
ในการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานlสค1ตามมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินมีข้างเคียงจดที่สาธารณประโยชน์ จึงต้องมีการรับรองแนวเขตที่ดินโดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษา และเมื่อผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชน์ได้ให้การรับรองว่า การรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินมิได้รุกล้ำทางดังกล่าว โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงบ่งชี้ว่ามีการทุจริต หรือกระทำนอกเหนืออำนาจ หรือร่วมกันกระทำการโดยไม่ชอบ ผู้มอบอำนาจจึงต้องผูกพันตามการกระทำของผู้รับมอบอำนาจที่กระทำการในขอบเขตอำนาจนั้น
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า
ในการออกโฉนดที่ดินนายอำเภอท้องที่ในฐานะผู้ปกครองท้องที่ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชน์ ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนไประวังชี้แนวเขตที่ดินแล้วปรากฏว่า มิได้รุกล้ำ ผลการรังวัดที่ดินได้เนื้อที่มากกว่าหลักฐานเดิมซึ่งนายอำเภอรับรองว่าหลักฐานเดิมถูกต้อง ทั้งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประกาศการออกโฉนดที่ดินแล้วไม่มีผู้คัดค้านจึงได้ออกโฉนดที่ดิน การกระทำดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการกระทำตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับข้อ ๘ ข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเขียนข้างเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน

ในการสร้างใบไต่สวนเจ้าหน้าที่(นส5

จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการสอบสวนสิทธิเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิของผู้ขอออก
โฉนดที่ดินโดย มีกระบวนการและขั้นตอนตามระเบียบของกรมที่ดินโดยสรุป ดังนี้

(๑) การเขียนชื่อผู้นำทำการสำรวจ และการเขียนข้างเคียงให้ถือปฏิบัติระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการลงชื่อเจ้าของที่ดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๙
และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเขียนข้างเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๙

(๒) เมื่อดำเนินการตามข้อ ๒๔ แล้ว ถ้าผู้นำทำการเดินสำรวจมีหลักฐาน
ที่ดินเดิม ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิหมายเหตุด้วยหมึกสีแดงลงในหลักฐานที่ดินนั้นว่า
“ที่ดินแปลงนี้ได้นำทำการเดินสำรวจแต่วัน เดือน ปีใด” แล้วลงลายมือชื่อพร้อมกับ
วัน เดือน ปี กำกับไว้ และให้เก็บหลักฐานที่ดินนั้นรวมไว้ในเรื่อง

กรณีผู้นำทำการเดินสำรวจไม่อาจส่งหลักฐานที่ดินเดิมได้ ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำให้ปรากฏถึงสาเหตุที่ไม่อาจส่งหลักฐานที่ดินเดิมไว้ และ
ให้นำภาพถ่ายหลักฐานที่ดินเดิมที่รับรองความถูกต้องแล้วประกอบไว้ในเรื่องแล้ว
ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิหมายเหตุไว้ในบัญชีส่งงานว่า “ไม่ได้ต้นฉบับมา”

(๓) ที่ดินที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยู่ก่อนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เช่น จำนองหรือขายฝาก ซึ่งยังไม่สิ้นสิทธิการไถ่ถอน ให้ผู้จำนองหรือ
ผู้รับซื้อฝากเป็นผู้นำทำการเดินสำรวจและให้ผู้ซึ่งเป็นคู่กรณีในข้อผูกพัน เช่น ผู้รับจำนองหรือผู้ขายฝาก มาให้ถ้อยคำรับรองในข้อที่กำหนดไว้ในใบไต่สวน

ถ้ามีการยินยอมเป็นหนังสือให้เก็บหลักฐานการยินยอมนั้นรวมไว้กับ
ใบไต่สวน (น.ส. ๕) ที่ดินแปลงนั้น แล้วหมายเหตุด้วยหมึกสีแดงในข้อที่กำหนดไว้ใน
ใบไต่สวน (น.ส. ๕) ให้ทราบว่าผู้รับจำนองหรือผู้ขายฝากได้ให้คำยินยอมแล้วตามหนังสือหรือบันทึกลงวัน เดือน ปี ไว้ด้วย

(๔) ถ้าที่ดินมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยู่ตามข้อ ๒๗
ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิจดแจ้งรายการจดทะเบียนนั้นลงในสารบัญแก้ทะเบียนหลังใบไต่สวน (น.ส. ๕)

(๕) ที่ดินแปลงใดที่เจ้าหน้าที่เดินสำรวจได้หมายเหตุการโต้แย้งสิทธิไว้
ตามข้อ ๒๒ ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำของผู้โต้แย้งสิทธิในที่ดินนั้นให้ปรากฏเหตุที่โต้แย้งว่ามีหลักฐานอย่างไร แล้วรีบนำเสนอเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อประกาศแจกโฉนดที่ดิน

เมื่อครบกำหนดประกาศแจกโฉนดที่ดินแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง หากตกลงกันไม่ได้
ให้ส่งเรื่องไปให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งการไป
ตามที่เห็นสมควรต่อไป

(๖) การส่งผลงานการเดินสำรวจระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิกับ
ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจให้ใช้แบบ บ.ท.ด. ๑๖ เป็นบัญชีส่งงาน

(๗) ที่ดินที่เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิส่งงานและได้ต่อเครื่องหมายที่ดิน
จากศูนย์อำนวยการเดินสำรวจแล้ว ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิรีบออกใบเสร็จนำทำการ
เดินสำรวจ (ท.ด. ๑๘) ให้ผู้นำทำการเดินสำรวจไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการสอบสวนสิทธิเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิของผู้ขอออกโฉนดที่ดิน โดยมีกระบวนการและขั้นตอนตามระเบียบของกรมที่ดินโดยสรุป ดังนี้

(๑) การเขียนชื่อผู้นำทำการสำรวจ และการเขียนข้างเคียงให้ถือปฏิบัติระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการลงชื่อเจ้าของที่ดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๙
และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเขียนข้างเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๙

(๒) เมื่อดำเนินการตามข้อ ๒๔ แล้ว ถ้าผู้นำทำการเดินสำรวจมีหลักฐาน
ที่ดินเดิม ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิหมายเหตุด้วยหมึกสีแดงลงในหลักฐานที่ดินนั้นว่า
“ที่ดินแปลงนี้ได้นำทำการเดินสำรวจแต่วัน เดือน ปีใด” แล้วลงลายมือชื่อพร้อมกับ
วัน เดือน ปี กำกับไว้ และให้เก็บหลักฐานที่ดินนั้นรวมไว้ในเรื่อง

กรณีผู้นำทำการเดินสำรวจไม่อาจส่งหลักฐานที่ดินเดิมได้ ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำให้ปรากฏถึงสาเหตุที่ไม่อาจส่งหลักฐานที่ดินเดิมไว้ และ
ให้นำภาพถ่ายหลักฐานที่ดินเดิมที่รับรองความถูกต้องแล้วประกอบไว้ในเรื่องแล้ว
ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิหมายเหตุไว้ในบัญชีส่งงานว่า “ไม่ได้ต้นฉบับมา”

(๓) ที่ดินที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยู่ก่อนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เช่น จำนองหรือขายฝาก ซึ่งยังไม่สิ้นสิทธิการไถ่ถอน ให้ผู้จำนองหรือ
ผู้รับซื้อฝากเป็นผู้นำทำการเดินสำรวจและให้ผู้ซึ่งเป็นคู่กรณีในข้อผูกพัน เช่น ผู้รับจำนองหรือผู้ขายฝาก มาให้ถ้อยคำรับรองในข้อที่กำหนดไว้ในใบไต่สวน

ถ้ามีการยินยอมเป็นหนังสือให้เก็บหลักฐานการยินยอมนั้นรวมไว้กับ
ใบไต่สวน (น.ส. ๕) ที่ดินแปลงนั้น แล้วหมายเหตุด้วยหมึกสีแดงในข้อที่กำหนดไว้ใน
ใบไต่สวน (น.ส. ๕) ให้ทราบว่าผู้รับจำนองหรือผู้ขายฝากได้ให้คำยินยอมแล้วตามหนังสือหรือบันทึกลงวัน เดือน ปี ไว้ด้วย

(๔) ถ้าที่ดินมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมผูกพันอยู่ตามข้อ ๒๗
ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิจดแจ้งรายการจดทะเบียนนั้นลงในสารบัญแก้ทะเบียนหลังใบไต่สวน (น.ส. ๕)

(๕) ที่ดินแปลงใดที่เจ้าหน้าที่เดินสำรวจได้หมายเหตุการโต้แย้งสิทธิไว้
ตามข้อ ๒๒ ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำของผู้โต้แย้งสิทธิในที่ดินนั้นให้ปรากฏเหตุที่โต้แย้งว่ามีหลักฐานอย่างไร แล้วรีบนำเสนอเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อประกาศแจกโฉนดที่ดิน

เมื่อครบกำหนดประกาศแจกโฉนดที่ดินแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง หากตกลงกันไม่ได้
ให้ส่งเรื่องไปให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาสั่งการไป
ตามที่เห็นสมควรต่อไป

(๖) การส่งผลงานการเดินสำรวจระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิกับ
ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจให้ใช้แบบ บ.ท.ด. ๑๖ เป็นบัญชีส่งงาน

(๗) ที่ดินที่เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิส่งงานและได้ต่อเครื่องหมายที่ดิน
จากศูนย์อำนวยการเดินสำรวจแล้ว ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิรีบออกใบเสร็จนำทำการ
เดินสำรวจ (ท.ด. ๑๘) ให้ผู้นำทำการเดินสำรวจไว้เป็นหลักฐาน