วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

   หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0609/ว.304 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2519

หนังสือกระทรวงมหาดไทย  ที่ มท 0609/.304 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2519 และ
การที่ตัวเเทนนายอําเภอได้ร่วมชี้เเนวเขตที่ดิน  หมายความว่าที่ดินข้างเตียงไม่ได้จดทะเบียนเป็นพื้นที่สาธรณะประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะครอบครองเเละจดทะเบียนสิทธิ์ได้หลักเกณฑ์ของกรมที่ดินในการออกโฉนดเเสดงกรรมสิทธิ์ได้ต้องพิจรณาข้อเท็จจริงของที่ดินบริเวรณ์นั้น ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
ที่ดินประเภทใดไมเป็นพื้นที่สาธรณะสําหรับประชาชนใชัร่วมกัน
ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์
มาตรา 1304ในกรณีข้างเคียง จดป่า หรือที่รกร้างว่างเปล่า(หรือโคก โนน ที่ไม่มีผู้ใดครอบครองในขณะนั้น) ไม่สามารถนำพิสูจน์ได้ว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ตำแหน่งใดของที่ดินจริงๆในขณะที่แจ้งการครอบครอง  ระเบียบคณะกรรมการฯให้ใช้ระยะการจดแจ้งไว้เป็นหลักในการนำรังวัด  และพิสูจน์สอบสวน ส่วนด้านอื่นๆในขณะแจ้งติดอย่างอื่นเช่นแม่น้ำ ห้วย คลอง  บุคคลสามารถนำพิสูจน์ได้ว่าในขณะแจ้งไว้นั้น  เป็นไปตามการนำรังวัดพิสูจน์ใหม่ผู้ขอก็ย่อมได้สิทธิตามที่ได้จดแจ้งไว้  ไม่ควรคิดว่าระยะหรือรูปแผนที่ ที่ได้จากการรังวัดใหม่จะโปร่งซ้ายหรือขวาหรือยักย้ายหักเหหยักไปหยักมาไม่เหมือนรูปกล่องไม้ขีด(กว้างคูณยาว)  ตามที่ได้จดแจ้งไว้ใน .. (ไม่ได้มีการรังวัดเป็นเพียงการรับแจ้งเท่านั้น)   ควรพิจารณาว่าการแจ้ง .. ในขณะที่แจ้งข้อเท็จจริงก่อให้เกิดสิทธิกับผู้แจ้งถึงใหนอย่างไร
ปพพ. มาตรา ๑๓๐๔
สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน นั้น รวม ทรัพย์สินทุกชนิด ของแผ่นดิน ซึ่ง ใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์ หรือ สงวนไว้ เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น
() ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และ ที่ดิน ซึ่ง มีผู้เวนคืน หรือ ทอดทิ้ง หรือ กลับมาเป็น ของแผ่นดิน โดยประการอื่น ตามกฎหมายที่ดิน
)ทรัพย์สินสำหรับ พลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ
() ทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า ป้อม และ โรงทหาร สำนักราชการบ้านเมือง เรือรบ อาวุธ ยุทธภัณฑ์
เมื่อพิจรณาดูเเล้วที่รกร้างว่างเปล่าจัดอยู่ในประเภท(1) ซึ้งเมื่อปรากฎว่าครอบครองเเละทําประโยชน์ถูกต้องตามขั้นตอนปพพ. มาตรา 1334ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดินนั้น ท่านว่า บุคคลอาจได้มาตามกฎหมายที่ดิน
      2 เจ้าพนักงานที่ดิน สอบประวัติเเละสอบถ้อยค๋าการทําประโยชน์ในที่ดินกับผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ้งกฎหมายระบุว่าให้รวมถึงผู้ครอบครองต่อเนื่อง ปรากฏว่าเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าเเละครอบครองเเละทําประโยชน์ในช่วงเวลาปี 2497สามารถออกโฉนดที่ดินบริเวณนั้นได้
         ต้องพิจรณาในเรื่องของช่วงเวลาที่มีการครอบครองเเละเข้าทําประโยชน์ซึ้งถ้าหากครอบครองเเละทําประโยชน์ในพี้นในช่วงปี2497     ได้มีมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 15ธันวาคม 2534 ประกาศห้ามออกโฉนดที่ดินถ้าครอบครองก่อนวันที่ 15ธันวาคม 2534 สามารถออกโฉนดได้ตามหลักเกณ์  การใช้ประโยชน์ในที่ดินพิจรณาตามสภาพท้องถิ่นนั้น
เมื่อข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ก็ยอมรับถึงสิทธิในการออกโฉนดที่ดินของนายจรัญมาโดยตลอดว่าเป็นสิทธิในการ
ออกโฉนดที่ดินในกรณีที่มีหลักฐานการครอบครองที่ดินมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน
ใช้บังคับ ตามมาตรา 59ตรีแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะเชื่อว่า
ที่ดินที่กันออก5ไร่เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามสค1ดังกล่าว หากแต่ในทางปฏิบัติอีกทั้งข้อเท็จจริงส่วนนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงนายจรัญเเจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเดินสำรวจว่าที่ดินที่ครอบครองเป็นที่ดินที่ทําประโยชน์และการแจ้งข้อเท็จจริงในการเดินสำรวจ   

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

คำถามเลขที่ : 5211-065037 เรื่อง การออกโฉนด

เเนวทางกรมที่ดินจากกระดานถามตอบของกรมที่ดิน
1สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญกรมที่ดิน
คำถามเลขที่ : 5211-065037 เรื่อง  การออกโฉนด
สค1ทิศใต้เขียนว่าติดที่รกร้าง ด้านอื่นมีการครอบครองหมดเเล้ว ผ่านมา20ปีจึงนําสค1มาขอออกโฉนด เเต่ปัจุบันด้านทิศใต้ที่ระบุในสคว่าที่รกร้างได้มีการครอบครองเเล้วสรุปว่ามีการครอบครองทุกด้าน การพิจรณาจะใช้ข้อมูลใน สค ที่ระบุว่ารกร้าง หรือว่า ใข้ข้อเท็จจรืงในปัจุบันว่ามีการครอบครอง ในการพิจรณาในการออกโฉนด ขอบคุณครับ
มนตรี
คำตอบ  ตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ กำหนดไว้ว่า ถ้าปรากฏว่าที่ดินที่มีอาณาเขต ระยะของแนวเขต และที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้แต่ถ้าในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อนให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว เมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้องครบถ้วนทุกด้าน
และระยะที่วัดได้เกินกว่าระยะที่ปรากฏในหลักฐานการแจ้งการครอบครองให้ถือระยะที่ปรากฏในหลักฐานการแจ้งการครอบครองเป็นหลักในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
กรณีตามคำถามเป็นกรณีข้างเคียงเปลี่ยนแปลงจากหลักฐานที่ดินเดิม
จะต้องดำเนินการงานเจ้าหน้าพนักทสอบสวนและบันทึกถ้อยคำกรณีข้างเคียงเปลี่ยนแปลง
โดยการสอบสวนเจ้าของที่ดินเจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้ปกครองท้องที่หากสามารถตรวจสอบและยืนยันได้ว่าที่ดินแปลงที่ผู้ขอนำรังวัดเป็นที่ดินตรงตามหลักฐานที่ดินเดิมจริงและไม่มีการสมยอมแนวเขตกับที่ดินแปลงข้างเคียงแในกรณีที่ที่ดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดที่ป่าหรือที่รกร้างว่างเปล่าละไม่ได้นำที่ดินนอกหลักฐานมารวมรังวัดด้วยก็สามารถออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวได้ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการออกโฉนดที่ดินเกี่ยวกับการแจ้งข้างเคียงนั้นจะใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
เจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้ปกครองท้องที่หากสามารถตรวจสอบและยืนยันได้ว่าที่ดินแปลงที่ผู้ขอนำรังวัดเป็นที่ดินตรงตามหลักฐานที่ดินเดิมจริงและไม่มีการสมยอมแนวเขตกับที่ดินแปลงข้างเคียงแในกรณีที่ที่ดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดที่ป่าหรือที่รกร้างว่างเปล่าละไม่ได้นำที่ดินนอกหลักฐานมารวมรังวัดด้วยก็สามารถออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานดังกล่าวได้ซึ่งข้อมูลที่ใช้ในการออกโฉนดที่ดินเกี่ยวกับการแจ้งข้างเคียงนั้นจะใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
สำนักงานเลขานุการกรม โทร.0-2141-5594
16 พฤศจิกายน 2552 08:48 น
2ที่ดินจังกวัดกระบี่จากกระดานถามตอบ
คําถาม  ถ้าในสค1มีด้านทิศเหนือจดที่ว่างเปล่า เเต่ปัจุบันมีการครอบครองรับรองเเนวเขตครบทุกด้านจะ ใช้เเนวทาง ในการออกโฉนดโดยยึดตามสค1หรือ ข้อเท็จจริงค่ะ เเม่หนูฝากให้เพื่อนไปทําให้ สค1มี 7ไร่นําสํารวจได้9ไร่ เขาบอกได้7ไร่เพราะสค จดที่ว่างเปล่า หนูเรียนอยู่กท เลยกลัวเเม่ถูกเพื่อนหลอกค่ะ
ลูกชาวสวน 124.121.174.* [ วันศุกร์ ที่ 1 มกราคม 2553 เวลา 16:23 น. ]
ตอบ คุณลูกชาวสวน กรณีเช่นนี้จะมีการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและสภาพการทำประโยชน์ ในที่ดิน โดยจะสอบสวนเจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้ปกครองท้องที่เป็นพยาน ประกอบการพิจารณา
โดยคุณ ฝ่ายอำนวยการ สำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ 113.53.10.* [ วันอังคาร ที่ 5 มกราคม 2553 เวลา 08:49 น
3ที่ดินจังหวัดเลยจากกระดานถามตอบ
คําถาม ผมได้ยื่นขอออกโฉนดจาก สค 1 ตามที่รัฐประกาศ ไว้ที่ สนง.ที่ดิน จ.เลย แล้วมีช่างมาสำสวจพื้นที่ของผม แล้วบอกว่าไม่สามารถออกโฉนดให้ได้ เนื่องจากมันไม่ตรงระวางไม่ตรงจุด เป็น สค1 บิน ไปซะอย่างงั้น มันจะบินมาจากไหนละครับ ก็เจ้าของเดิมเขาก็มีชีวิตอยู่ จำนวนพื้นที่ก็ 2 ไร่เท่ากัน เจ้าของที่ดินก็คนเดียวกัน สภาพพื้นที่มันเปลี่ยนไปตามอายุของมัน ตั้ง 50 กว่าปีแล้ว กลายเป็นถนนบ้างกลายเป็นบ้าน เป็นสวนบ้าง แล้ว สค1 ที่ผมถืออยู่นี่ก็ไม่มีระยะบอกเขตด้วยว่าทิศใหนระยะเท่าใดมีหมุดอยู่ที่ใหน จนท.ท่านนั้นฟันธงเลยว่าออกโฉนดให้ไม่ได้ แถมยังบอกว่าผมจะติดคุกอีก จะอะไรกันนักกันหนาครับท่าน ผมมาขอออกโฉนดนะครับท่าน ไม่ใช่มาขอติดคุก และยังบอกกับผมต่อว่าให้รีบขายใบ สค1.ไปซะ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ ยังงี้ก็มีด้วย ผมขอถามตรงๆนะครับว่าเมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ผมดำเนินการอย่างใดต่อไป จะให้ผมไปฟ้องที่ศาลใหน ภายในกี่วัน ผมจะได้ไม่ถูกรอนสิทธิ์ครับ.
คนเมืองเลย  118.175.122.* [ 17 ธ.ค. 2552 เวลา 05:08 ]
ตอบคําถาม
ตามประกาศของกรมที่ดินให้ผู้มี หลักฐาน ส.ค.1 ไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ภายใน 6 กุมภาพันธ์ 2553 หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะต้องมีคำพิพากษาของศาลมาเพื่อประกอบการออกเอกสารสิทธิ
ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าเป็นการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินผู้ขอต้องไปยื่นคำขอ ณ สำนักงานจังหวัดหรือสาขาที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ในการยื่นคำขอดังกล่าวผู้ขอต้องชี้ตำแหน่งที่ดินได้ว่าที่ดินที่จะขอออกโฉนดที่ดินอยู่ระวางใด(การที่จะรู้ได้ว่าที่ดินแปลงใดอยู่ระวางใดโดยนำโฉนดที่ดินข้างเคียงมาประกอบ)
หรือโดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยจะมีประกาศกำหนดพื้นที่ที่จะทำการเดินสำรวจ เมื่อประกาศแล้วจะแจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านท้องที่ที่จะทำการเดินสำรวจ เจ้าของที่ดินที่มีหลักฐาน ส.ค.1 ก็สามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำการเดินสำรวจในพื้นที่ได้เลย
ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะแนวเขต และที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้ง ส.ค.1 และเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม ส.ค.1 จะออกโฉนดที่ดินให้ตามเนื้อที่ที่ครอบครองทำประโยชน์แล้ว
ในกรณีที่ระยะของแนวเขตผิดพลาดคลาดเคลื่อน จะออกโฉนดที่ดินให้ตามจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว ก็ต่อเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตครบทุกด้าน
ในกรณีของท่านให้ไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ไว้ก่อนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อจะได้ไม่ต้องไปใช้สิทธิทางศาล
หากท่านสงสัยหรือมีข้อมูลเพิ่มเติมให้ท่านไปพบเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย หรือสอบถามได้ที่กลุ่มงานวิชาการที่ดิน เบอร์โทรศัพท์ 0-4281-1560 ต่อ 18
กว.เลย 125.26.211.* [ 21 ธ.ค. 2552 เวลา 22:22 ] ความเห็นที่1/#0004

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ตามมาตรา 59 ตรี


      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__

การกฤษฎีกา ตามมาตรา 59 ตรี ฉบับเต็ม

เลขเสร็จ

174/2534
เรื่อง
      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__
 เลขเสร็จ

174/2534
เรื่อง
      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__
 เลขเสร็จ

174/2534
เรื่อง
      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__
 เลขเสร็จ

174/2534
เรื่อง
      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__
 เลขเสร็จ

174/2534
เรื่อง
      บันทึก
        เรื่อง  หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
                 ตามมาตรา 59 ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
                                                --------
เนื้อหา
    กรมที่ดินได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0711/19879 ลงวันที่ 27 กันยายน
2533 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ถ้าปรากฏว่า เนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตาม
ใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5*(1) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 59 ตรี*(2) ได้บัญญัติให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้กำหนด
ระเบียบไว้แล้วในฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
-----------------------------------------------------------------
     *(1) _พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497_
          มาตรา 5 ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน แจ้งการ
ครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
          การแจ้งการครอบครองตามความในมาตรานี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่
แก่ผู้แจ้งแต่ประการใด
     *(2) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ_
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ตรี ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ถ้าปรากฏว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้ได้เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          ในทางปฏิบัติตามนัยมาตราดังกล่าวเจ้าหน้าที่มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ดังนี้
          ฝ่ายที่หนึ่งเห็นว่า
          (1) มาตรา 59 ตรี เป็นเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ
ทำประโยชน์เฉพาะรายตามมาตรา 59*(3) และมาตรา 59 ทวิ*(4) แห่งประมวล
-----------------------------------------------------------------
     *(3) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายไม่ว่าจะได้มีประกาศของรัฐมนตรี
ตามมาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้
ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่งให้
หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ซึ่งมี
หลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย
     *(4) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ _
_ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ .. 2515_
          มาตรา 59 ทวิ ผู้ซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 แต่ไม่รวมถึง
ผู้ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี ถ้ามีความจำเป็นจะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร
ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าสิบไร่ ถ้าเกินห้าสิบไร่
จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
          เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตาม
วรรคหนึ่ง ให้ความหมายรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา
จากบุคคลดังกล่าวด้วย


กฎหมายที่ดิน เพราะมาตรา 59 ตรี เป็นบทบัญญัติที่สืบเนื่องมาจากมาตรา 59 และ
มาตรา 59 ทวิ ดังนั้น จึงไม่อาจนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามมาตรา 58*(5) และมาตรา 58 ทวิ*(6)
เรื่องการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้
-------------------------------------------------------------
     *(5) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 58 เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด ให้รัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษากำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์สำหรับปีนั้น เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไม่รวมท้องที่
ที่ทางราชการได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
          เมื่อได้มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
กำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการเดินสำรวจรังวัดในท้องที่นั้นโดยปิดประกาศไว้
สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการ
ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก่อนวันเริ่มต้นสำรวจไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
          เมื่อได้มีประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ให้บุคคลตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวนำพนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
ผู้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่มอบหมายเพื่อทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวน
การทำประโยชน์ในที่ดินของตนตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้นัดหมาย
                    ฯลฯ            ฯลฯ
     *(6) _ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม_
_ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528_
          มาตรา  58  ทวิ เมื่อได้สำรวจรังวัดทำแผนที่หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ
ประโยชน์ในที่ดินตามมาตรา 58 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณี ให้แก่บุคคลตามที่ระบุไว้ในวรรคสอง เมื่อปรากฏว่า
ที่ดินที่บุคคลนั้นครอบครองเป็นที่ดินที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ได้ตามประมวลกฎหมายนี้
                                                                                               [มีต่อหน้าถัดไป]

          (2) มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติในมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ มาใช้บังคับทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา*(7) และมาตรา 59
เบญจ*(8) กล่าวคือ ถ้ามาตรา 59 ตรี ประสงค์จะให้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีเดิน
สำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ ด้วยแล้ว ก็น่าจะได้บัญญัติไว้ให้ชัดแจ้ง
ทำนองเดียวกับมาตรา 59 จัตวา และมาตรา 59 เบญจ
--------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (6)]
          บุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งให้ได้ คือ
          (1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว"
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
          (2) ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 ตรี
          (3) ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวล
กฎหมายนี้ใช้บังคับ และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตาม
กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
                         ฯลฯ            ฯลฯ
     *(7) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 จัตวา การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ
มาตรา 58 ตรี และมาตรา 59 ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีรายการภาระ
ผูกพัน หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิในที่ดินในระหว่างดำเนินการออกโฉนดที่ดิน
ให้ยกรายการดังกล่าวมาจดแจ้งไว้ในโฉนดที่ดินด้วย
     *(8) ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) .. 2528
          มาตรา 59 เบญจ การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา 58 ทวิ และมาตรา 59
ให้ถือว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิก และให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ที่ยกเลิกแล้วนั้นคืนแก่เจ้าพนักงานที่ดิน เว้นแต่กรณีสูญหาย

          ฝ่ายที่สองเห็นว่า
          (1) หลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ตามมาตรา 59 ตรี จะต้องนำไปใช้บังคับเกี่ยวกับเรื่องการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ เพราะความใน
มาตรา 59 ตรี มิได้บัญญัติแยกวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ไว้ว่าให้ใช้บังคับได้เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องนำมาตรา 59 ตรี
ไปใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ทั้งสองวิธี
          (2) ถ้ามาตรา 59 ตรี ไม่ประสงค์จะให้ใช้บังคับแก่การออกโฉนดที่ดิน
วิธีใดวิธีหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว ก็น่าจะบัญญัติยกเว้นไว้โดยชัดแจ้ง เมื่อมิได้บัญญัติยกเว้นไว้
ก็ต้องนำมาตรา 59 ตรี ไปใช้บังคับกับวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ทั้งสองวิธี ตามนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น
          กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อ
ความถูกต้องในทางปฏิบัติจึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัย
        คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) ได้พิจารณา
ปัญหาดังกล่าวโดยรับฟังคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) แล้วเห็นว่า
หลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ในกรณีที่มีปัญหาว่าเนื้อที่ที่ทำการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 นั้น มาตรา
59 ตรี บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เท่าจำนวน
เนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนด ซึ่งตาม
ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไข
การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ข้อ 8*(9) กำหนดว่า ถ้าที่ดิน
---------------------------------------------------------------
     *(9) ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (.. 2532)
  ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
          ข้อ 8 ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ถ้าปรากฏ
ว่าที่ดินมีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐาน
                                                                                                   [มีต่อหน้าถัดไป]

มีอาณาเขต ระยะของแนวเขตและที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการ
แจ้งการครอบครอง เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างกัน
ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์
แล้วแต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า กรณีที่จะใช้บังคับมาตรา 59 ตรี
ได้จะต้องปรากฏว่าผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินได้แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 5
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 และเนื้อที่ที่รังวัดใหม่แตกต่าง
ไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้งการครอบครองดังกล่าว และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 59*(10) ซึ่งบัญญัติว่า ที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
เป็นการเฉพาะรายนั้น แม้ว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดตามมาตรา 58*(11) ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินก็ยังขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้ ดังนั้น เมื่อนำมาตรา 59 ตรี*(12)
ซึ่งเป็นเรื่องการคำนวณเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์มา
ใช้บังคับกับที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
----------------------------------------------------------------
[ต่อจากเชิงอรรถที่ (9)]
การแจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน .. 2497 เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เนื้อที่ที่คำนวณได้แตกต่างไป
จากเนื้อที่ตามหลักฐานการแจ้งการครองครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อที่ที่คำนวณได้
          ในกรณีที่ระยะของแนวเขตที่ดินผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำ
ประโยชน์แล้วเมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้ลงชื่อรับรองแนวเขตไว้เป็นการถูกต้อง
ครบถ้วนทุกด้าน
     *(10) โปรดดูเชิงอรรถ (3)
     *(11) โปรดดูเชิงอรรถ (5)
     *(12) โปรดดูเชิงอรรถ (2)

ตามมาตรา 59 แล้ว หากไม่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับกับ
ที่ดินแปลงอื่น ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และ
มาตรา 58 ทวิ ซึ่งผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมิได้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ผลที่เกิดขึ้นก็คือจะเป็นการใช้บังคับกฎหมาย
ไม่เหมือนกันทั้ง ที่เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตเดินสำรวจ
รังวัดเหมือนกัน อีกทั้งเมื่อมีปัญหาในการคำนวณเนื้อที่ผิดไปจากเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
.. 2497 ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ว่าจะกำหนดเนื้อที่โดยใช้
หลักเกณฑ์อะไร
          อนึ่ง การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธี
การเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ นั้น ถ้าผู้ซึ่งครอบครอง
ที่ดินอยู่ภายในจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน์ ได้แจ้งการครอบครองไว้โดยชอบตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 ดังที่บัญญัติไว้ตาม
มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (1)*(13) เมื่อทางราชการเดินสำรวจรังวัดเพื่อ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากปรากฏว่าเนื้อที่ตามใบแจ้ง
การครอบครองไม่ตรงกับเนื้อที่ที่รังวัดใหม่ ย่อมต้องนำหลักเกณฑ์ในการคำนวณ
เนื้อที่ดินที่แตกต่างไปตามมาตรา 59 ตรี มาใช้บังคับ ส่วนกรณีการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยวิธีการออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ
นั้น เป็นกรณีที่ผู้ซึ่งครอบครองที่ดินมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน .. 2497 จึงไม่มีกรณีที่จะใช้
มาตรา 59 ตรี บังคับได้
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย
คณะที่ 7) จึงเห็นว่า หลักเกณฑ์การกำหนดเนื้อที่เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ตามมาตรา 59 ตรี ใช้บังคับกับการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
-----------------------------------------------------------------
     *(13) โปรดดูเชิงอรรถที่ (6)
 
การทำประโยชน์ ทั้งวิธีการเดินสำรวจรังวัดตามมาตรา 58 และมาตรา 58 ทวิ
และวิธีการขอออกเฉพาะรายตามมาตรา 59 หาใช่บัญญัติไว้เพื่อใช้กับกรณีตาม
มาตรา 59 และมาตรา 59 ทวิ โดยเฉพาะไม่

                                           (ลงชื่อ) . ตันเต็มทรัพย์
                                                (นายไมตรี ตันเต็มทรัพย์)
                                                      รองเลขาธิการฯ
                               ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการ
       มีนาคม 2534.
_ไพบูลย์ - คัด/ทาน__